หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: คงมีหลายคนสงสัยว่าทำไมต้องเรียน ภาษาเขมร ?  (อ่าน 7247 ครั้ง)
apo
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 213



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มิถุนายน 14, 2009, 06:30:29 AM »

กราบเรียน อาจารย์กังวลและพี่ๆน้องๆที่เรียนภาษาเขมรช่วยตอบด้วยครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

โอม สันติ จงเกิด สันติ จงเกิด
kangvol
Administrator
Hero Member
*****
กระทู้: 1606



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2009, 09:48:52 AM »

นั่นดิ...

เรียนทำไม ... เออ น่าสงสัย

อย่างอื่นไม่มีเรียนแล้วหรืออย่างไร ฮืม
 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า

เราจะมีกานต์และกันต์ตลอดไป
Chonlada Bangluangsanti
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2009, 02:18:07 PM »

นั่นดิ...

เรียนทำไม ... เออ น่าสงสัย

อย่างอื่นไม่มีเรียนแล้วหรืออย่างไร ฮืม
 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม




อาจารย์คะ  ไม่เอาตัวเลขดุลการค้าไทย-เขมรมาประกอบเหรอคะ
อันนั้นน่ะทำให้หนู "ซึ้ง" เลยว่าทำไมคนไทยน่าจะเรียนภาษาเขมรกันให้มากๆ   ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

แต่สำหรับหนูอยากเรียนเพราะรู้สึก "ถูกโรค" กับภาษานี้พอสมควรค่ะ
รู้สึกสนุกและมีความสุขทุกครั้งที่ได้เปิดบทเรียนภาษาเขมร  อยากรู้มากขึ้นเรื่อยๆว่าจะมีอะไรในบทต่อๆไป
สารภาพว่าไม่เคยรู้สึกอย่างนี้กับภาษาอื่นใดมาก่อน (แม้แต่ภาษาอังกฤษที่เป็นวิชาเอกของตัวเอง  ร้องไห้ )
สรุปได้ว่า เรียนเพื่อความสะใจล้วนๆค่ะ (เอ๊ะ.. เหตุผลคล้ายๆใครบางคนแถวนี้ที่ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเล่มหนา/หนักพอๆกับศิลาแลง และไม่มีใครอ่านเข้าใจนอกจากตัวผู้วิจัยเอง  ขยิบตา )
แต่เอาเข้าจริงหนูก็ยังไม่ได้ "เรียน" จริงๆเลย  เพราะฉะนั้นคงพูดไม่ได้ว่าภาษาเขมรเรียน "ง่าย"
แต่อย่างน้อยการมีมิจฉาทิฐิ เอ้ย.. เจตคติที่ดีต่ออะไรบางอย่าง  ก็น่าจะช่วยให้เราทำมันได้ดี (หวังว่าเช่นนั้น)
ส่วนเรียนแล้วจะเอาไปทำอะไรนั้นยังไม่รู้   แต่มีลางสังหรณ์ว่าถ้าอยากใช้ก็จะได้ใช้แน่ๆค่ะ    ยิงฟันยิ้ม
คนเราถ้าอยากทำอะไรจริงๆ  ก็มักจะกระเสือกกระสนทุรนทุรายไปสู่สิ่งนั้นจนสำเร็จ (ฟังดูทรมานแฮะ  ฮืม )

บันทึกการเข้า
pla
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2009, 07:17:55 AM »

ภาษาเขมร เป็นภาษาตะวันออกอีกภาษาหนึ่งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีทรงสนพระทัย
และทรงเริ่มศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดาดังที่ทรงเล่าพระราชทานไว้ในคำนำหนังสือ เขมรสามยก
ความตอนหนึ่งว่า  ?...ตั้งแต่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น พอรู้แน่ว่าอย่างไรเสียก็คงไม่ได้เรียนแผนกวิทยาศาสตร์
ก็พยายามหัดเรียนภาษาบาลี อ่านเขียนอักษรขอม ซึ่งไทยเรานำมาใช้เขียนคัมภีร์พุทธศาสนา ทั้งที่เป็นภาษาบาลี
และภาษาไทย (ขอมไทย) ในสมัยนั้นผู้ที่จะเรียนภาษาไทยให้กว้างขวางลึกซึ้งจะต้องเรียนทั้งภาษาบาลี สันสกฤต และเขมร
เพื่อให้เข้าใจที่มาของศัพท์ที่นำมาใช้ในภาษาไทย และเข้าใจในแนวคิดที่มีในวรรณคดีไทย...?
ขณะที่ทรงเป็นนิสิตอักษรศาสตร์ชั้นปีที่สอง ทรงศึกษาเพิ่มเติมภาษาเขมรกับศาสตราจารย์ ดร. อุไรศรี วรศะริน
ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ นักอ่านจารึกโบราณชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก
ดร. อุไรศรีได้ถวายการสอนภาษาเขมรปัจจุบัน เพื่อเป็นพื้นฐานในการศึกษาภาษาเขมรโบราณ และภาษาสันสกฤต
ในจารึกเขมรโบราณ นอกจากนั้นแล้วในชั้นเรียนปกติที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ทรงเรียนภาษาเขมรด้วย
โดยพระอาจารย์ผู้ถวายการสอนภาษาเขมรเบื้องต้น คือ ศาสตราจารย์ ดร. กาญจนา นาคสกุล
ระหว่างที่ทรงศึกษาเพิ่มเติมภาษาเขมรกับศาสตราจารย์ ดร. อุไรศรี นั้น พระอัจฉริยภาพทางด้านภาษาเขมร
ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ก็เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่นักวิชาการด้านการอ่านจารึกโบราณและเขมรศึกษา
ทั้งที่เป็นชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทรงศึกษาตัวอักษรเขมรและภาษาเขมรที่ใช้ในจารึกได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมาก
ศาสตราจารย์ ดร. อุไรศรี จึงถวายสำเนาจารึกภาษาเขมรโบราณที่พบใหม่จากปราสาทพนมวัน จังหวัดนครราชสีมา
ให้ทรงลองอ่านและทรงแปล แม้จะเป็นการทรงอ่านและทรงแปลจารึกเขมรโบราณเป็นครั้งแรก ก็ทรงวิเคราะห์ตัวอักษร
และภาษาเขมรในจารึก พร้อมทั้งทรงอ่านและทรงแปลความในจารึกได้ดีและได้ความหมายถูกต้อง ทรงพระราชนิพนธ์
ผลงานชิ้นนี้เป็นบทความภาษาไทย ชื่อเรื่องว่า จารึกปราสาทพนมวัน และเป็นบทความภาษาฝรั่งเศส ชื่อเรื่องว่า
Une nouvelle inscription de Pr?s?d Bnam V?n ซึ่งบทความพระราชนิพนธ์เรื่อง จารึกปราสาทพนมวัน นี้
มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
และราชอาณาจักรกัมพูชาในรัชสมัยของพระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ (ราว พ.ศ. ๑๔๓๒ - ๑๔๔๓)

หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใน พ.ศ. ๒๕๑๙
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาวิชาจารึกภาษาตะวันออก
ที่ภาควิชาภาษาตะวันออก บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งได้ทรงศึกษารายวิชาภาษาเขมร
และความรู้เรื่องเกี่ยวกับเขมรหลายวิชา ที่สำคัญ ได้แก่ วิชาจารึกและอักขรวิธีโบราณ วิชาจารึกภาษาเขมรสมัยก่อนพระนคร
วิชาจารึกภาษาเขมรสมัยพระนคร วิชาจารึกภาษาเขมรสมัยหลังพระนคร วิชาระบบเสียงภาษาเขมร วิชาไวยากรณ์
และระบบหน่วยคำภาษาเขมร วิชาคำเขมรในภาษาไทย วิชาหลักภาษาและสนทนาภาษาเขมร วิชาวรรณกรรมเขมรปัจจุบัน
รวมทั้งวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะและโบราณคดีเขมร

ทรงใช้เวลาในการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยศิลปากรเพียงสองปี ก็ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท
สาขาจารึกภาษาตะวันออก ทรงทำวิทยานิพนธ์ เรื่อง จารึกที่พบที่ปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา
ตามหลักสูตรปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจารึกภาษาตะวันออก ภาควิชาภาษาตะวันออก
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมีพระราชประสงค์ที่จะทรงอ่านและทรงแปลจารึกภาษาเขมร
และจารึกภาษาสันสกฤตที่พบที่ปราสาทพนมรุ้งทั้งหมด เพื่อทรงเสนอข้อมูลทางภาษาศาสตร์ สังคมวิทยา ประวัติศาสตร์
และศาสนาที่เกี่ยวข้องกับปราสาทพนมรุ้งในสมัยโบราณ วิทยานิพนธ์เรื่องนี้แสดงถึงพระอัจฉริยภาพ
ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทางด้านภาษาเขมร ภาษาสันสกฤต ความรู้เรื่องเขมร
รวมทั้งความรอบรู้ในศาสตร์อื่นๆ ที่ทรงใช้เพื่อช่วยในการอ่านและทรงแปลความจากจารึกได้อย่างดียิ่ง
เพราะนอกจากทรงอ่านและแปลจารึกที่พบที่ปราสาทพนมรุ้งได้ความหมายถูกต้องแล้ว ยังทรงเสนอความรู้ใหม่
ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรม และสังคมวิทยาด้วย

ศาสตราจารย์ ดร. สัตยพรต ศาสตรี ผู้เชี่ยวชาญภาษาสันสกฤตจากมหาวิทยาลัยเดลี ประเทศอินเดีย
และศาสตราจารย์โคลด ชาร์ค ผู้เชี่ยวชาญการอ่านจารึกเขมรโบราณจากมหาวิทยาลัยซอร์บอน ประเทศฝรั่งเศส
ซึ่งเป็นกรรมการตรวจวิทยานิพนธ์นี้ ต่างกล่าวตรงกันว่า ?...เป็นเรื่องยากมาก แต่ก็ทรงแปลได้ถูกต้อง?
ศาสตราจารย์จอง บวสเซอลิเยร์ นักปราชญ์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะเขมร
ซึ่งอ่านวิทยานิพนธ์ฉบับที่ทรงเป็นภาษาฝรั่งเศส ได้ส่งจดหมายถวายคำวิจารณ์ผ่าน ศาสตราจารย์ ดร. อุไรศรี
สรุปความได้ว่า ?...วิทยานิพนธ์ฉบับนี้เป็นงานที่ยากและดีมาก เขียนอย่างมีระเบียบและมีวิธีการวิจัยที่ดี
โครงร่างชัดเจนและคล้องจอง การเขียนแต่ละบทเขียนได้ชัดเจนถูกต้อง ตามระเบียบวิธีการวิจัย...?

ใน พ.ศ. ๒๕๒๒ หลังจากที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากรได้ไม่นาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งอุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ได้มีพระราชกิจสำคัญคือ
การสงเคราะห์ชาวเขมรที่อพยพหนีภัยสงครามเข้ามาในประเทศไทย ทำให้ได้ทรงใช้ภาษาเขมรและนำความรู้เรื่องเขมร
ที่ทรงศึกษามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมเด็กกำพร้าเขมรอพยพ ณ สถานพักฟื้นสวางคนิวาส
และได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมและพระราชทานสิ่งของแก่ราษฎรตามแนวชายแดนตำบลบ้านแก้ง รวมทั้งได้เสด็จฯ
ไปทรงเยี่ยมผู้ลี้ภัยชาวเขมร ณ ศูนย์อพยพบ้านแก้ง อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี (ในปัจจุบันอำเภอสระแก้วเป็นจังหวัดสระแก้ว)

ในเวลาต่อมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เยือนราชอาณาจักรกัมพูชา ๓ ครั้ง
หลังจากนั้นจึงทรงพระราชนิพนธ์ เรื่องเขมรสามยก ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับโบราณสถาน โบราณวัตถุ จารึกโบราณ
รวมทั้งสถานที่สำคัญๆ ที่ได้เสด็จฯ ทอดพระเนตร อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้สนใจศึกษาเกี่ยวกับราชอาณาจักรกัมพูชา
ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
อ้างจาก(http://bizengkku.freeboardz.com/index.php?topic=530.0)
บันทึกการเข้า
Chonlada Bangluangsanti
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2009, 01:21:30 PM »

สมเด็จพระเทพฯท่านทรงพระปรีชายิ่งนัก...  ยิ้ม

บันทึกการเข้า
eto-che14
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2009, 09:53:34 AM »

รู้สึกจะเป็นคำถามแรกในห้องเรียนเลยนะครับเนี่ย

ตอบ  ผมทำงานเป็นผู้รับเหมา ในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
สนใจอยากเรียนภาษาเขมร เผื่อในอนาคตต้องนำไปใช้ในการทำงาน ที่ต้องมีการติดต่อกับทีมงานชาวเขมร

ที่ บ.มีตำแหน่งงานว่างในเขมร แต่หาคนยากมาก (ขอโฆษณาหน่อย)
http://jst2.dev.jst-thailand.com/vacancies/

ช่วงนี้เพิ่งจะมีข่าวเกี่ยวกับน้ำมันเขมรออกสื่อเยอะหน่อย แต่ความจริงสร้างกันไปเยอะแล้วล่ะครับ
ลองดูรูป ที่สีหนุวิลล์
http://picasaweb.google.co.th/asianenergywatch/2009CambodiaSihanoukvilleOilGasFacilities#

ตอนแรกก็คิดว่าเรียนภาษาเฉยๆ พอเข้าห้องเรียนวันแรก ได้รู้เรื่องวัฒนธรรมด้วย ดีมากๆเลยครับ
อย่างน้อยผมจะได้ไม่ไปพูดอะไรที่อาจสร้างปัญหาได้




*แก้ไขหน่อย เดี๋ยวเข้าใจผิด ผมยังไม่เคยไปเขมรครับ แต่ทำงานในมาบตาพุดมาก่อน
เพิ่งย้ายมา บ.นี้ซึ่งมีประสบการณ์ใน SEA มานาน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 04, 2009, 10:07:38 AM โดย eto-che14 » บันทึกการเข้า
apo
Administrator
Full Member
*****
กระทู้: 213



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 04, 2009, 11:28:15 AM »

ขอบคุณ คุณeto-che14 สำหรับข้อมูลใหม่เกี่ยวกับเขมร
บันทึกการเข้า

โอม สันติ จงเกิด สันติ จงเกิด
Chonlada Bangluangsanti
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2009, 10:08:56 AM »

เรียน อาจารย์กังวล และ อาจารย์ณัฐพล ที่เคารพ

หนูขออนุญาตถอนคำพูดที่ว่า"ภาษาเขมรเรียนง่าย"  ที่หนูเคยพูดไว้โดยไม่ยั้งคิดตอนไปสมัครเรียนค่ะ
หนูคิดไปเองค่ะ  หนูผิดไปแล้วจริงๆ...  ร้องไห้
บันทึกการเข้า
kmangsren
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 10, 2010, 06:18:36 PM »

រៀនព្រោះជាភាសារបស់ខ្ញុំ  ភាសារបស់ដូនតាយើងទាំងឡាយ
ភាសារបស់អ្នកខ្មែរទាំងមូល  អ្នកខ្មែរសុរិន្ទ្រនឹងជិតឆ្ងាយគួររៀនភាសាខ្លួនកុំភ្លេចឡើយ
บันทึกการเข้า
chapuuchino
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 08:26:13 AM »

มัวแต่วุ่นอยู่กับงาน จนอาจารย์แนะนำชุมชนนี้เลยพึ่งได้มารายงานตัวค่ะ
ตอนแรกไม่รู้ว่าเรียนไปทำไม รู้แต่ว่าอยากเรียน ตัวอักษรดูขลังดี
ตั้งใจมาสอบแล้วบังเอิญสอบติด
ตั้งใจมาเรียนก็บังเอิญเรียนแล้วสนุก
ตั้งใจจะจบในสองปีครึ้่งถึงสามปี แต่ดันบังเอิญจบสี่ปีครึ่ง
ตั้งใจจะทำงานเกี่ยวกับเขมรแต่บังเอิญได้สอนภาษาไทย แต่ไม่บังเอิญเพราะเขาบอกว่า
ที่รับเพราะเห็นจบเขมรมา เห็นไหมว่า ได้งานเพราะภาษาเขมร

           จ๊อบเฮย
บันทึกการเข้า
Chonlada Bangluangsanti
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2010, 10:05:09 AM »

มีแรงบันดาลใจพาให้มาตอบกระทู้เก่าสมัยบอร์ดเพิ่งเปิดใหม่ๆค่ะ   ยิ้ม

หนูเรียนเอกภาษาอังกฤษ  ตอนแรกที่มาอบรมภาษาเขมรก็เพราะอยากมา  ไม่ได้คิดว่าจะเอาไปทำอะไรเพราะมันช่างห่างไกลกับภาษาที่เรียนอยู่มาก  จนตอนนี้หนูเรียนจบและได้งานแปลข่าวต่างประเทศ   รู้สึกดีใจมากที่ตัวเองมีพื้นฐานภาษาเขมรอยู่บ้าง  พออ่านออกเขียนได้บ้าง  ตั้งใจว่าจะหาเวลาไปเรียนคอร์สชั้นกลางเพิ่มอีก  เพราะหวังว่าต่อไปถ้าอ่านข่าวภาษาเขมรได้คล่องกว่านี้  อาจจะได้เอามาใช้งานจริงที่ที่ทำงานค่ะ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  อาจจะเร็วไปสำหรับบางคนที่จะตั้งคำถามในตอนแรกว่าเราจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปเพื่ออะไร   แต่ถ้าใจอยากทำและมีเวลาทำก็น่าจะลองทำดู   เพราะบางครั้งคุณค่าของสิ่งที่เราเลือกทำมันก็ปรากฏขึ้นเองอย่างไม่คาดฝันเหมือนกันค่ะ   ยิงฟันยิ้ม

 
บันทึกการเข้า
khae
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2010, 02:36:31 PM »


เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  อาจจะเร็วไปสำหรับบางคนที่จะตั้งคำถามในตอนแรกว่าเราจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปเพื่ออะไร   แต่ถ้าใจอยากทำและมีเวลาทำก็น่าจะลองทำดู   เพราะบางครั้งคุณค่าของสิ่งที่เราเลือกทำมันก็ปรากฏขึ้นเองอย่างไม่คาดฝันเหมือนกันค่ะ   ยิงฟันยิ้ม

 
^
^
^
អរគុណចាសនាង  ยิ้มเท่ห์ (แต่ก็ภาวนาให้คุณค่าปรากฏขึ้นแก่สายตาและจิตใจของคนข้างๆ เราเร็วๆ จัง ร้องไห้)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
 
กระโดดไป: